ไม่ได้ขอเยอะ...ขอแค่นี้เอง.

ไม่ได้ขอเยอะ...ขอแค่นี้เอง.

ของดีต้องแพง
แม่ลูกจันทร์13 ก.ย. 2562 05:15 น.
 
 

หลังทราบข่าวศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ “ไม่รับคำร้อง” ผู้ตรวจการแผ่นดิน กรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กล่าวถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบตามที่กำหนด ในรัฐธรรมนูญ

“แม่ลูกจันทร์” เกิดอาการ อึ้งกิมกี่ไป 5 นาที

เพราะเมื่อศาลรัฐธรรมนูญไม่รับพิจารณาคำร้องผู้ตรวจการแผ่นดินจะไม่มีองค์กรไหนในประเทศไทยสามารถรับประเด็นนี้ไปพิจารณา

ผลดีคือ พล.อ.ประยุทธ์ สามารถดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อไปอย่างสะดวกโยธิน

แต่ผลเสียคือ กรณีนายกรัฐมนตรี ถวายสัตย์ไม่ครบตามรัฐธรรมนูญจะกลายเป็นประเด็นค้างลำกล้องตลาดกาล

จะกลายเป็นรอยตำหนิติดตัวนายกฯลุงตู่ต่อไปอีก 10 ปี 20 ปี

เอาละ...ขออนุญาตฉีกประเด็นเป็นปัญหาชาวบ้านให้อ่านกันแก้เซ็ง

“แม่ลูกจันทร์” อ่านข่าวเศรษฐกิจไทยรัฐ ฉบับวานซืน แล้วก็เกิดอาการขากรรไกรค้างไป 3 นาที

กรณีกระทรวงพาณิชย์เปิดให้ประชาชนตรวจสอบราคายาสามัญประจำบ้าน 20 รายการผ่านเว็บไซต์กรมการค้าภายใน

ปรากฏว่า ราคายาที่จำหน่ายตามร้านขายยาทั่วไป กับราคายาที่โรงพยาบาลเอกชนเรียกเก็บจากคนไข้ แตกต่างกันหลายเท่าตัว

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ...ยาบางตัวโดนโขกแพงเกิน 1,000 เปอร์เซ็นต์

ตัวอย่างเช่น ยาพาราเซตามอล แก้ปวดลดไข้ “ยี่ห้อซาร่า” ถ้าซื้อปลีกตามร้านขายยา ราคาอยู่ที่เม็ดละ 1 บาท 30 สตางค์

แต่ รพ.เอกชนบางแห่ง บวกราคาเป็นเม็ดละ 12 บาท แพงอร่อยเหาะกว่า 900 เปอร์เซ็นต์

ยาไทลีนอล ซื้อจากร้านขายยาเม็ดละ 1 บาท 30 สตางค์ โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง (ขออนุญาตไม่เอ่ยนาม) คิดราคาเม็ดละ 22 บาท แพงกว่าร้านขายยา 1,500 เปอร์เซ็นต์

ยาแก้ปวดประจำเดือน “ยี่ห้อพอนสแตน” ซื้อจากร้านขายยาเม็ดละ 5 บาท 50 สตางค์ แต่โรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง ขายคนไข้เม็ดละ 31 บาท ฟันกำไรเหนาะๆ 500 เปอร์เซ็นต์

ยาแก้โรคภูมิแพ้ บรรเทาอาการจมูกตัน “ยี่ห้อเทลฟาสต์” ซื้อจากร้านขายยาเม็ดละ 10 บาท

โรงพยาบาลเอกชนชื่อเสียงโด่งดังคิดราคากันเองเม็ดละ 58 บาท

แพงกว่าราคาท้องตลาด 500 เปอร์เซ็นต์ ฯลฯ

“แม่ลูกจันทร์” กระชุ่นปัญหาราคายาแพง ไม่มีเจตนาโจมตีโรงพยาบาลเอกชนแบบไม่ลืมหูลืมตา

ทราบดี และเข้าใจดีว่าโรงพยาบาลเอกชนจำเป็นต้องบวกราคายาคนไข้แพงกว่าร้านขายยาทั่วไป

เพราะโรงพยาบาลเอกชน เป็นธุรกิจหวังผลกำไร เป็นบริการทางเลือกสำหรับผู้ป่วยที่ไม่ประสงค์ใช้สิทธิ์รักษาฟรี

ข้อสำคัญ โรงพยาบาลเอกชนต้องลงทุนมหาศาล ต้องแบกภาระจ่ายค่าแพทย์พยาบาลและบุคลากรมากมาย ต้องลงทุนซื้ออุปกรณ์การแพทย์ราคาแพง ต้องจ่ายค่าไฟ ค่าน้ำ ค่าแอร์ อีกบานตะเกียง

และได้แจ้งอัตราค่าบริการให้ผู้ป่วยทราบล่วงหน้าอย่างชัดเจน

เพียงแต่ “แม่ลูกจันทร์” ใคร่ขอร้องท่านผู้บริหารโรงพยาบาลเอกชนกรุณาลดเพดานราคายาให้แพงพอเหมาะพอควร

เพราะผู้ป่วยที่รักษาโรงพยาบาลเอกชนไม่ได้ร่ำรวยเหลือกินเหลือใช้เหมือนกันทุกคน

ถ้าโรงพยาบาลเอกชนคิดราคายาแพงกว่าร้านขายยาเราไม่ว่ากัน

แต่ถ้าแพงกว่าราคาตลาดเกิน 300 เปอร์เซ็นต์ ก็โหดเกินไป

ไม่ได้ขอเยอะ...ขอแค่นี้เอง.

“แม่ลูกจันทร์”

https://www.thairath.co.th/news/local/1658873

การ์ตูน เซีย

โพลคนดัง สมัยรัชกาลที่ 5
 
 

ราวๆปี 2420 เจ้าพี่เจ้าน้อง รุ่นราวคราวเดียวกับ สมเด็จฯกรมพระยาดำรงราชานุภาพ หลายพระองค์รับราชการเป็นนายทหารประจำ อยู่ในพระราชวังหลวง

(หม่อมเจ้าหญิงพูนพิศมัย ดิศกุล หนังสือ ชีวิตและงานของสมเด็จฯกรมพระยาดำรงราชานุภาพ)

จุดนัดหมายประทับคุยกัน อยู่ใกล้ๆประตูวัง เจ้านายหนุ่มๆ เหล่านั้น นึกสนุกอยากจะลองถามผู้คนที่เดินเข้าออกขวักไขว่ดูว่า รู้จักใครใน 4 คน ต่อไปนี้มากกว่า

1.ท่านขรัวโต หรือสมเด็จพุฒาจารย์โต วัดระฆัง 2.พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก รัชกาลที่ 1 3.หม่อมเจ้าหญิงพูน จำไม่ได้ว่าใคร 4.อีนากพระโขนง

ผลปรากฏว่า ระหว่างสมเด็จพุฒาจารย์โต พระที่ขึ้นชื่อทั้งเป็นนักเทศน์ องค์โปรดของรัชกาลที่ 4 มีชื่อลือลั่นว่าใบ้หวยแม่น ไม่ว่าท่านจะตั้งใจใบ้หรือไม่

หรือพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก...ผู้เป็นปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี

ผู้คนส่วนใหญ่ ซึ่งน่าจะไม่ใช่ชาวบ้านธรรมดารู้จักอีนากพระโขนงมากที่สุด

เอนก นาวิกมูล บันทึกไว้ในหนังสือบางกอกกับหัวเมือง (สำนักพิมพ์แสงดาว พ.ศ.2547)

อ่านประวัติสมเด็จพุฒาจารย์โต จากหนังสือที่มหาอำมาตย์ตรี พระยาทิพโกษา (สอน โลหะนันทน์) แต่งไว้เมื่อปี พ.ศ.2473 มีความตอนหนึ่งว่า

สมเด็จพุฒาจารย์โตไปที่วัดมหาบุศย์ พระโขนง ตกค่ำท่านก็ไปนั่งอยู่ปากหลุม เรียกแม่นากขึ้นมาสนทนา ลงท้ายท่านเอากระดูกหน้าผากนางนากมาปั้นเหน่งคาดเอว

ไปไหนมาไหนท่านก็เอาติดเอวไปด้วย

ว่างๆ นางนากก็ออกมารบกวนสามเณรเจริญ (ม.ร.ว.เจริญ อิศรางกูร) ซึ่งเป็นศิษย์ก้นกุฏิสมเด็จ...สมเด็จท่านก็หลุดปากห้ามไว้

ต่อมาสมเด็จพุฒาจารย์โต มอบปั้นเหน่งหน้าผากนางนาก ให้หม่อมเจ้าพุทธบาทปิลันทน์ (ผู้เป็นเสด็จอุปัชฌาย์ พระยาทิพโกษา) ทั้งยังมอบสามเณรเจริญ ให้หม่อมเจ้าพุทธบาทปิลันทน์ดูแลต่อ

วันดีคืนดี นางนากก็ออกมาหยอกสามเณรเจริญ หม่อมเจ้าพุทธบาทปิลันทน์ ท่านกริ้วดุนางนาก “เป็นผู้หญิงยิงเรือ อย่ามารบกวน คุณเณรจะเรียนหนังสือ”

จนเมื่อสามเณรเติบใหญ่ เป็นสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ เจ้าอาวาสวัดระฆัง ปั้นเหน่งหน้าผากนางนากก็ตกทอดมาอยู่กับท่าน และจะตกทอดไปอยู่กับใคร เจ้าคุณทิพโกษาไม่ได้เล่า

พิจารณาประเด็นความดัง ระหว่างสมเด็จพุฒาจารย์โต กับนางนาก ก็พอเป็นที่เข้าใจเรื่องผีๆสางๆ ซึมซับจับหัวใจชาวบ้านร้านตลาดมากกว่า

ข่าวผีนางนากหลอกใครต่อใคร แพร่หลายระบือไปได้เร็วและไกลกว่า

เมื่อเจาะจงถาม รู้จักใครมากกว่า แน่นอนคนรู้จักนางนากมากกว่า คนละเรื่องกับคุณสมบัติด้านอื่น

ผมอ่านเจอเรื่องนี้ นึกถึงพาดหัวข่าวหนังสือพิมพ์ โพลชี้ว่า ผลงานรัฐบาลสอบตก ก็ขอเอามาเล่าเทียบเคียง ปลอบใจรัฐบาล คำถามเรื่องปากท้อง เป็นคำถามระนาบเดียวกับเรื่องผี ทุกรัฐบาลต้องเจอ

ผมยังไม่เคยได้ยินรัฐบาลไหนทำให้เศรษฐกิจดี ราษฎรกินอิ่มนอนอุ่น บ้านเมืองรุ่งเรืองไพบูลย์

คนรู้จักนางนากมากกว่า ไม่ได้หมายความว่า จะนับถือสมเด็จพุฒาจารย์โตน้อยกว่า นึกถึงคุณูปการสร้างบ้านแปงเมือง ของรัชกาลที่ 1 น้อยกว่า

เป็นรัฐบาลมีเรื่องดีๆให้รอให้เลือกทำอีกมากมาย...ระวังอย่าให้มีเรื่องโกงบ้านกินเมืองและทะเลาะกันเองก็น่าจะพอ.

กิเลน ประลองเชิง

https://www.thairath.co.th/newspaper/columns/1658911

*****

***********

******************

รัฐธรรมนูญกับปากท้อง
หมัดเหล็ก13 ก.ย. 2562 05:05 น.
 
 

การที่พรรคประชาธิปัตย์ มีมติให้ เทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช เป็นตัวตั้งตัวตีในการตั้ง กรรมาธิการในสภาเพื่อศึกษาญัตติการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือการที่ พรรคอนาคตใหม่ ขับเคลื่อนการเมืองภาคประชาชน ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือการที่ ภาคประชาชน เคลื่อนไหวล่ารายชื่อประชาชนให้ครบ 5 หมื่นชื่อเพื่อเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ

เป็นนัยสำคัญก้าวต่อไปของการเมืองไทย

เพราะการแก้รัฐธรรมนูญย่อมกระทบกับ อำนาจ ของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยตรง ถ้าพรรค พลังประชารัฐ จะปฏิเสธที่จะแก้รัฐธรรมนูญในขณะที่พรรคการเมืองอื่นๆเชียร์ให้แก้รัฐธรรมนูญ ก็จะกลายเป็น แกะดำ และถูกสังคมตั้งคำถามว่าที่ไม่แก้เพราะอะไร

เนื่องจากมีเหตุให้แก้รัฐธรรมนูญมากมาย

แต่ถ้ามีการแก้รัฐธรรมนูญจริง เสถียรภาพของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จะไปรอดหรือไม่ แค่นี้ก็ปริ่มน้ำ ซวนเซไปมา การเมืองคงฝุ่นตลบ

มีการโยนหินถามทางว่าในสถานการณ์บ้านเมืองขณะนี้ ถ้าไม่เอา พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯแล้วจะเอาใครเป็นนายกฯ ในเมื่อดูจากแคนดิเดตฝ่ายรัฐบาลจากบัญชีนายกฯของพรรคการเมืองแล้วไม่มีแวว

ต้องไปถึงขั้นเลือกนายกฯจากคนนอก ได้วุ่นวายอีกหลายขุม

แต่ถ้าปล่อยไปอย่างนี้บ้านเมืองจะเดินหน้าอย่างไร เพราะทุกปัญหาที่เคยเป็น คลื่นใต้น้ำ เวลานี้ขึ้นมาอยู่ บนน้ำ หมดแล้ว รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ก็น่าจะรู้กันดีว่าจะเจอกับปัญหาเศรษฐกิจปากท้องขนาดไหน ปัญหาเสถียรภาพทางการเมืองระดับไหน

รัฐบาลพยายามจะแก้เกมซื้อเวลา ไปเรื่อยๆให้เอาปัญหาปากท้องมาก่อนรัฐธรรมนูญเพราะรัฐธรรมนูญกินไม่ได้ ปรากฏว่าเหวี่ยงไปโดน ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่เต็มๆ

ซึ่ง ธนาธร อธิบายว่า ถ้ารัฐธรรมนูญไม่ตอบโจทย์ก็จะส่งผลกระทบไปถึงการเมือง เศรษฐกิจและสังคมของประเทศแน่นอน มีความเกี่ยวโยงกันไม่ใช่จะต้องแก้อย่างใดอย่างหนึ่งก่อน แต่ต้องแก้ไปพร้อมกัน

พร้อมทั้งยกตัวอย่าง โมเดลการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมใน 9 จังหวัด ภาคอีสาน ใช้งบเพียง 5,400 ล้าน รัฐบาลไม่สนใจ กลับเอาเงิน 5.4 หมื่นล้านไปทำรถไฟฟ้าให้คนกรุงในระยะทางแค่ 34 กิโลเมตร สะดุ้งไปทั้งรัฐบาล

อันที่จริง รัฐธรรมนูญกับปากท้อง ยิ่งถกเถียงก็ยิ่ง เป็นดราม่า แต่ถ้าคิดตามหลักตรรกะ รัฐธรรมนูญคือที่มาของอำนาจสามฝ่าย ฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติ และตุลาการ ถ้าอำนาจสามฝ่ายยึดชาวบ้านเป็นศูนย์กลาง ปากท้องก็ไม่มีปัญหา

แต่ปัญหาก็คือว่าจะแก้รัฐธรรมนูญได้หรือไม่ ซึ่งไม่ใช่แค่ต้องใช้เสียง ส.ว. 1 ใน 3 อย่างเดียว แต่ประวัติศาสตร์การแก้ รัฐธรรมนูญหรือกฎหมายลูกของประเทศไทยทุกครั้งมียึดอำนาจทุกที.

หมัดเหล็ก

mudlek@thairath.co.th

https://www.thairath.co.th/news/politic/1658955

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0

1 ความคิดเห็น

 
3 ส

อนาถ

ขี้เซา

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0