จากสิงห์ขี้คุก..ด็อกเตอร์ห้องแถว..ตรวจสอบกันยังไงถึงได้มามีตำแหน่งรมต.ได้.../อัพเดท CSI LA พาไปดู มหาลัย California University

จากสิงห์ขี้คุก..ด็อกเตอร์ห้องแถว..ตรวจสอบกันยังไงถึงได้มามีตำแหน่งรมต.ได้.../อัพเดท CSI LA พาไปดู มหาลัย California University

จากสิงห์ขี้คุก..ด็อกเตอร์ห้องแถว..ตรวจสอบกันยังไงถึงได้มามีตำแหน่งรมต.ได้...

ก็จากข่าวที่ทั้งสื่อไทยสื่อเทศและในโซเชี่ยลมีเดียต่างๆที่ขุดคุ้ยเอามาเปิดเผยอ่านกันจนไม่หวาดไม่ไหว...ยิ่งขุดยิ่งเจอ..

 4DQpjUtzLUwmJZZPG1q7UtOo92fJnUr2EXvjkNxxC2vY.webp]
(ภาพข่าวจากไทยรัฐ:อาชีพข้าราชการทหารของเขาได้สิ้นสุดลง เมื่อปี 2542 หลังจากไปเกี่ยวข้องกับคดีฆาตกรรมหนุ่มนักเรียนนอก โดยคดีนี้ตำรวจออกหมายจับ ขณะนั้นเขาใช้ชื่อ ร.อ.พชร ในฐานะเจ้าของบ้านเกิดเหตุ กับพวกรวม 3 คน ต่อมาในปี 2546 ศาลได้มีคำพิพากษายกฟ้องตัวเขากับลูกน้องที่เป็นทหารในคดีดังกล่าว)

ถ้าผมมีเงินอย่างนายธรรมนัสผมจะลาออกจากการเมืองทุกตำแหน่งมาช่วยชาติช่วยสังคมในทางอื่นๆก็ได้เช่นการสร้างโรงพยาบาล โรงเรียนหรือสถานศึกษาในชนบท

งานนี้ถ้าเป็นประเทศที่ประชาชนเขามีจิตสำนึกเชื่อมั่นในระบอบประชาธิปไตยแล้ว..ใครที่ถือหรือมีตำแหน่งของรัฐหากถูกรุมกระหน่ำอย่างนี้...เขาจะลาออกจากตำแหน่งทันที..เคลียร์ตัวเองจากข้อครหาต่างๆให้ปราศจากมลทินก่อนแล้วค่อยเสนอตัวเข้ามาใหม่ก็จะได้รับการตอบรับที่ดีจากประชาชนมีโอกาสกลับเข้าสู่ตำแหน่งใหม่อย่างมีเกียรติ...

แต่ประเทศไทยนี่มันสุดยอดจริงๆที่อะไรๆก็เกิดขึ้นได้ทั้งนี้ทั้งนั้นมันเป็นไปได้ด้วยเหตุผลประการเดียวคือการปกครองของประเทศไทยมันยังไม่พ้นวังวนของเผด็จการทหารอำมาตย์ที่ต้องการรวบอำนาจสูงสุดไว้ให้ตนเองและพวกพ้อง...กระทำทุกอย่างทุกทางอย่างหน้าด้านๆที่จะกำอำนาจเอาไว้ให้ได้...อำนาจศาลก็ยังอยู่ใต้อำนาจเผด็จการจะเห็นได้จากการตัดสินคดีต่างๆที่ขัดกับความรู้สึกของประชาชน

ประเทศไทยมันจึงยุ่งเหยิงและประสบปัญหาอย่างที่เป็นอยู่...

ประการสำคัญอีกประการหนึ่งก็คือ..ตั้งแต่มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองโดย”คณะราษฎร” เมื่อปี 2475 ถ้า “ การศึกษา “ ไม่ได้กำหนดให้อยู่ในวงจำกัดและรัฐเอาใจใส่อย่างจริงจังแล้วประเทศก็จะเจริญไปในอีกรูปแบบหนึ่ง ประชาชนก็จะไม่ถูกตราหน้าว่าโง่ไร้การศึกษาอย่างที่คนที่คิดว่าตัวเองเป็น “ชนชั้นสูง” คิดอย่างทุกวันนี้..

แล้วอย่างนี้..ประเทศไทยควรจะเดินไปในทางไหน....

อันนี้ก็จะขอสนับสนุนความคิดที่ว่าต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างที่ฝ่ายค้านกำลังทำอยู่...รธน.ปี 60 จะทำให้ประเทศยุ่งเหยิงไม่รู้จบเพราะเนื้อหาหลักการคือหลักกูของเผด็จการทหารอำมาตย์และพวกพ้องแม้แต่คำพูดหรือความเห็นของไอ้วิษณุคนยังถือ คิดและเชื่อว่าคือกฎหมาย
 
มันก็ถึงเวลาแล้วนะที่จะต้องไปใช้สิทธิเสรีภาพ.. “ไล่มัน “ กันอย่างพร้อมเพียง..

ประเทศไทยมี 76 จังหวัด ออกไปสนับสนุน “ผู้แทน “ หรือตัวแทนเคลื่อนไหวของพรรคที่ศาลากลางจังหวัดนั้นๆจังหวัดละ 500คนก็พอ....หรือนัดหมายกันไปเอง..ตามวันเวลาอย่างพร้อมเพียง..(ผมไปแน่นอน)ไม่ต้องใช้หรือมีท่อน้ำเลี้ยงจากกลุ่มทุนไหนไปด้วยความสมัครใจด้วยจิตที่มุ่งมั่นเปลี่ยนแปลงประเทศให้เป็นประชาธิปไตย

อย่าไปกระจุกตัวที่เดียวในกรุงเทพหรือในเมืองใหญ่ๆเท่านั้น..
นึกเอาก็แล้วกันว่ามีภาพต่อต้านอย่างนี้ออกไปทั่วประเทศ..ทั่วโลก..

การเมืองของประเทศไทยจะเปลี่ยนโฉมไปอีกแบบแน่ๆ...(ในแบบที่เราต้องการ)

เผด็จการจงพินาศ  ประชาธิปไตยจงเจริญ!

ป.ล. ได้เอาบทความของอ.ปิยบุตร แสงกนกกุลมาต่อท้ายกระทู้ให้ได้อ่านได้รู้กันเขิญคลิกไปอ่านตามลิงค์กระทู้ครับ..

http://nanasara.org/forum/showthread.php?tid=10032

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    1

39 ความคิดเห็น

 
akausa

ปิยบุตร จุดประกายคำถาม "ทำไมเจ้าของอำนาจอธิปไตยคือประชาชนจะวิพากษ์วิจารณ์องค์กรต่างๆที่ใช้อำนาจอธิปไตยเหล่านั้นไม่ได้"

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    1
 
akausa

'ปิยบุตร' ย้ำ ประชาชนในฐานะเจ้าของอำนาจอธิปไตย ต้องวิจารณ์ศาลได้!

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    1
 
619

เมื่อไรจะได้ดูคำพิพากษาที่มันติดคุกสักทีนะ ช้าจัง

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    3
  • เศร้า
    1
 
3 ส

ไอ่ทำนัด

ขำขำ

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    1
 
akausa

 1 person

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    1
  • เศร้า
    1
 
Prem

....ก้อ....ตรวจสองแบบไอ้ประยุทธ จันโอชา ..ซ.ไง...ไอ้คนนี้นับวันมันจะเละไปทุกที....ใครก็ได้ครับ....ถึบแม่งลงไปทีซี่

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    1
 
akausa

คำต่อคำ : “ธรรมนัส”แจงยิบคดีออสเตรเลีย“เรื่องโอละพ่อ” คดีฆ่าดอกเตอร์ศาลยกฟ้อง ปัดรักร่วมเพศ ลั่นหลังถวายสัตย์ฯ ตั้งใจแทนคุณแผ่นดิน

“ธรรมนัส”เปิดใจยอมรับคดีออสเตรเลียเป็นตราบาปในชีวิต แต่เป็นเรื่องโอละพ่อ เพราะตนไม่ได้ถูกตัดสินว่าค้าหรือผลิตยาเสพติด และสุดท้ายศาลยกฟ้อง ส่วนคดีฆาตกรรมดอกเตอร์ ศาลยกฟ้อง พร้อมยืนยันตนไม่ใช่พวกรักร่วมเพศ เพราะตนไม่มีส่วนพัวพัน ต้องอยู่ในคุก 3 ปีช่วงต่อสู้คดี ก็ถือเป็นความซวย ย้ำไม่มีสัมปทานกับกองสลากแล้ว หลัง “บิ๊กแดง”ขึ้นเป็นประธาน สวนฝ่ายค้าน สมัยตนอยู่เพื่อไทย ยังรับรองคุณสมบัติให้ลงสมัคร ส.ส. เชื่อรัฐบาลอยู่ครบเทอม เพราะเสียงปริ่มน้ำยิ่งจะทำให้ระมัดระวัง ลั่นเปลี่ยนแปลงอดีตไม่ได้ แต่ขอพิสูจน์ตัวเอง หลังถวายสัตย์ปฏิญาณจะตั้งใจทดแทนคุณแผ่นดิน

https://www.facebook.com/MGRNEWS1/videos/2310024129261970/

วันนี้(11 ก.ค.) ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา พรรคพลังประชารัฐ ผู้ได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ว่ามีคุณสมบัติเหมาะสมกับการเป็นรัฐมนตรีหรือไม่ ให้สัมภาษณ์รายการ “ NEWS TALK ตัวจริงเสียงจริง” ทาง NEWS1 ตอนหนึ่งว่า กรณีคดีความถูกกล่าวหาค้ายาเสพติด นำเฮโรอันส่งออกไปสเตรเลียนั้น ถือว่าเป็นตราบาปที่ติดตัวมาตลอดชีวิต แต่เรื่องที่เกิดขึ้นมันเป็นเรื่องโอละพ่อ ตนไม่ได้ขนยาเสพติดไปขายที่ประเทศออสเตรเลีย ไม่ได้ผลิตยาเสพติด ไม่ได้จำหน่ายยาที่ประเทศออสเตรเลีย ฉะนั้นข้อหาส่งออก นำเข้า จำหน่าย ผลิต ตนไม่ได้ทำ

ร.อ.ธรรมนัส เล่าว่า ก่อนถูกจับนั้น ตนมีรุ่นพี่ท่านหนึ่ง ซึ่งเป็นอดีตนายตำรวจหน่วยปราบปรามยาเสพติดของสถานทูตสหรัฐอเมริกา ซึ่งทำงานอยู่ทางด้านยาเสพติดตลอด พี่ท่านนี้เคยให้ความอุปการะตนและครอบครัวมาตลอด ในช่วงเดือนเมษายน ปี 2536 พี่ท่านนี้ไปราชการที่ประเทศออสเตรเลีย ช่วงนั้นตนไม่มีงานทำ พี่ท่านนั้นก็ชวนไปเที่ยวซิดนีย์ ออสเตรเลีย ตนเดินทางจากประเทศไทยจนถึงซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย ผ่านการตรวจค้นทุกอย่าง ไม่มีพกพายาเสพติดใดๆ จากประเทศไทย

“แต่สิ่งที่ผมพลาดในชีวิต ตลอดเวลาผมก็ไม่เคยเล่าให้ใครฟังเรื่องนี้ พี่ท่านนี้ก็ไปรับผมที่สนามบิน แล้วพาผมไปพักที่ห้องนอนที่พี่ท่านนี้พักอยู่ เหตุการณ์วันนั้นผมไม่รู้เลยว่า มันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นโดยที่ผมไม่รู้มาก่อน จู่ๆ พี่ ซึ่งพอไปถึงประมาณสักสิบนาที เพื่อนพี่ที่เป็นฝรั่ง ก็มาหาพี่ที่ห้อง ทันใดนั้น ประมาณสัก 4-5 นาที ถ้าผมจำไม่ผิด ก็มีตำรวจ มีเจ้าหน้าที่เข้ามารวบพวกเราทั้ง 4-5 คน ทั้งหมดเลย ซึ่งผมก็ขัดขืน เพราะผมไม่รู้ว่ามันเรื่องอะไรกัน”

เหตุการณ์วันนั้น พวกตนถูกควบคุมตัวไป แยกกันทุกคน ตนให้การต่อสู้คดีเรื่องนี้ปฏิเสธมาตลอด เพราะไม่รู้เรื่องนี้ และวันนั้นในห้องก็ไม่ได้มีของกลางอะไรเลย ตลอดระยะเวลาที่อยู่ซิดนีย์ ตนถูกคุมขังประมาณ 8 เดือน ต่อสู้คดีมา โดยไม่ได้ถูกตัดสินว่าตนค้ายา นำเข้าเฮโรอีน แต่เป็นข้อหา knowing, concern เป็นข้อหาว่า รู้ว่ามีการทำอะไรกัน ซึ่งโทษในประเทศออสเตรเลียถือว่าเป็นโทษเบา ถ้าเป็นบ้านเรา ไม่มีข้อหานี้ เป็นข้อหาลหุโทษ

ระหว่างที่ต่อสู้คดีตนก็ใช้ทนายซึ่งทางราชการของประเทศออสเตรเลียเขาให้เรามาใช้ ทนายแนะนำว่าการต่อสู้คดีมันจะยาวมาก เพราะคดีนี้มีผู้เกี่ยวข้องหลายคน ในระหว่างที่ถูกคุมขังอยู่ ทางเจ้าหน้าที่ของทางออสเตรเลียก็มาขอให้กันตนเป็นพยานพร้อมกับพี่ท่านนั้นด้วย การต่อสู้ ณ เวลานั้น เป็นการต่อสู้ว่าตนเป็นพยานให้เจ้าหน้าที่รัฐว่าตนไม่ได้เกี่ยวข้อง ทุกครั้งที่ไปสืบพยานที่ศาล จะยืยนันว่าไม่เกี่ยวข้อง ไม่รู้อะไรทั้งนั้น รู้อย่างเดียวว่า ถูกจับในระหว่างที่บุคคลอื่นกระทำความผิด นั่นเป็นเหตุการณ์เมื่อ 26 ปีที่แล้ว ตอนนั้นยังมียศร้อยโท

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวอีกว่าระหว่างการต่อสู้คดี ประเทศออสเตรเลียมีลองตัดสิน สมมุติว่าข้อกล่าวหาที่เขากล่าวหาเรา ณ เวลานี้ แล้วเราให้การอย่างนี้ ลองให้ศาลตัดสินว่าจะตัดสินกี่ปี ตนก็ไปลองกับพี่ท่านนี้ ปรากฏว่าศาลตัดสิน 3 ปีกว่า หรือ 4 ปี เราก็มานั่งคิดกัน แต่ยังไม่ได้ยอมรับตรงนั้น ศาลก็ให้โอกาส หากเห็นว่าระยะเวลาที่อยู่มา กับระยะเวลาที่เหลือ ถ้าเรายอมรับเงื่อนไขนี้ ศาลก็จะตัดสินว่าคดีนี้ศาลตัดสินกี่ปี ปรากฏว่า พอไปลองตัดสินแล้ว ศาลตัดสิน เข้าใจว่าประมาณ 4 ปี แต่ภารกิจที่ยังอยู่คือจะต้องให้การพยาน เพื่อให้การเป็นพยานต่อศาลในเรื่องที่เกิดขึ้น ตนถูกคุมขังอยู่ 8 เดือน หลังจากนั้นเขาก็เอาไปไว้สถานที่แห่งหนึ่งเพื่อดูแลเยาวชนที่กระทำผิดกฎหมาย เราก็อยู่ในฐานะเป็นผู้ปกครองเด็กๆ ที่ทำผิดกฎหมาย ตอนนั้นถือว่าพวกเราเป็นความรู้ทั้งคู่ เราเป็นอดีตนายทหารและนายตำรวจทั้งคู่ เขาให้ไปดูเด็ก ไปดูเด็กได้ประมาณสัก 6 เดือน ก็กลับออกมาทำงานข้างนอก ใช้ชีวิตปกติข้างนอก ทำงานเป็นผู้จัดการขายกระดาษชำระที่ใหญ่ที่สุดในนิวเซาท์เวลส์ ที่ซิดนีย์ ทำงานจนถึงปี 2539 ณ เวลานั้นนครซิดนีย์เขามีนโยบาย deport ผู้ที่มีประวัติในเรื่องพวกนี้ กลับสู่ภูมิลำเนา รัฐบาลก็ส่งตนพร้อมกับพี่ชายคนนี้กลับมาสู่ประเทศไทย โดยไม่ได้มีเงื่อนไขหรือถูกคุมขังอะไรอย่างที่ข่าวเขียนกันเสียหาย

“ผมสรุปโดยรวม ชีวิต 3 ปีกว่าๆ ในออสเตรเลีย ชีวิตส่วนหนึ่งถูกคุมขัง 8 เดือน อีกส่วนหนึ่งผมใช้ชีวิตปกติอย่างคนทั่วไป พอคดีต่อสู้ปุ๊บ ผมทราบทีหลังว่าคดีนี้ศาลยกฟ้องทั้งหมด มีแต่พวกผมสองคนที่ไปลองตัดสินและรับเงื่อนไข”

ร.อ.ธรรมนัสกล่าวต่อว่า หลังจากกลับมาปี 2539 มีการออกพระราชบัญญัติล้างมลทิน จึงขอกลับเข้ามารับราชการ โดยใช้ยศเดิม คือร้อยโท เป็น ร้อยโท พชร พรหมเผ่า ประมาณปี 2540 พอปี 2541 วันที่ 1 มิถุนายน 2541 ได้รับเลื่อนยศเป็นว่าที่ร้อยเอกจนประมาณเดือนสิงหาคม 2541 เกิดเหตุการณ์ คดีฆาตกรรมด็อกเตอร์คนหนึ่ง

“ซึ่งจริงๆ แล้วคดีนี้ตำรวจภูธรภาค 3 สรุปสำนวนมาแล้วว่าผมไม่ได้เกี่ยวข้อง แต่ผู้ใต้บังคับบัญชาของผมไปทำให้เขาเสียชีวิต แต่หลังจากนั้นคดีถูกโอนมาอยู่กองปราบ ผู้ต้องหาที่ให้การรับสารภาพมาโดยตลอดก็ถูกสอบสวนใหม่ด้วยวิธีการของตำรวจ ซึ่งผมไม่อยากพูดถึงคดีนะ คดีมันจบไปแล้ว ก็เอาผมเป็นผู้ต้องหาร่วม

“สิ่งที่มันติดตัวผมอยู่ตลอดเวลานี้่ สิ่งที่ผมอยากจะพูดมากในวันนี้ มีเจ้าหน้าที่ตำรวจบางท่านบอกว่าผู้ตายมีคราบอสุจิในทวารหนัก ซึ่งก็พยายามจะเบนว่าผมนิยมรักร่วมเพศ ซึ่งจริงๆ แล้วเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ผู้ต้องหาได้รับสารภาพ และศาลตัดสินจำคุก ให้การรับสารภาพหมดว่าไม่ได้เกี่ยวกับผมเลย ผมไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุเลยในคืนเกิดเหตุ ถึงแม้จะเป็นสำนักงาน ซึ่งตามข่าวบอกว่าเป็นบ้านผม ไม่ใช่ เป็นสำนักงาน เป็นบริษัท”

พอต่อสู้คดีมาตั้งแต่ปี 2541 ตนถูกคุมตัว 3 ปี 1 เดือน ในเรือนจำ ไม่ได้รับการประกันตัว จนปี 2544 ได้รับการประกันตัวแล้วออกมาสู้คดีข้างนอก สู้คดีจนปี 2547 ศาลสั่งยกฟ้องจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 3 ถึงจำเลยที่ 5-6 ทั้งหมด มีจำเลยที่รับสารภาพ คือจำเลยที่ 2 ที่ศาลตัดสินจำคุก 9 ปี ซึ่งคดีก็จบไป อัยการไม่อุทธรณ์ ตนถูกศาลยกฟ้อง ซึ่งคดีก็จบไป

“นี่คือเรื่องของคดีฆ่า ซึ่งผมไม่ได้ไปพัวพันอะไร แต่ว่าการที่ต้องไปอยู่ในคุก 3 ปี 1 เดือน ก็ถือว่าเป็นโชคร้ายของผม พอศาลยกฟ้อง ถามว่าผมจะกลับเข้ามารับราชการอีกไหม ผมบอก ผมไม่อยากเป็นทหารแล้ว อย่างที่ผมเคยให้สัมภาษณ์ไป นี่เป็นเรื่องของคดีครับ”

ส่วนคดีที่ตนมีชื่อเป็นผู้ถือหุ้นบริษัทที่โกงบิตคอยน์ของชาวฟินแลนด์ นั้น ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า บ.ดีเอ็นเอที่ตนซื้อหุ้นอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ และบังเอิญว่าคนที่ซื้อหุ้นบริษัทนี้ไปเกี่ยวข้องกับคนที่โกงบิตคอยน์ เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนแล้ว ตนไม่เกี่ยวข้อง และอยู่ในฐานะพยาน ไม่ใช่ผู้ต้องหา

ส่วนกรณีที่มีข่าวว่ามีบริษัทที่เป็น 1 ใน 5 เสือที่ได้สัมปทานซื้อสลากกินแบ่งจากสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลนั้น ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ในอดีตที่ผ่านมาใช่ แต่หลังจากที่ผู้บัญชาการทหารบก พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ได้เข้ามาบริหาร เป็นประธานกองสลากฯ 5 เสือกองสลากฯ ถูกสลายตัวหมดแล้ว เวลานี้การจำหน่ายสลากกินแบ่งของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลทำผ่านแบงก์กรุงไทย ผ่านมูลนิธิ องค์กรกุศล ไม่มี 5 เสือแล้ว ไม่เหลือแล้ว บริษัทตนก็เช่นเดียวกันถูกสลายไปหมด ไม่มีสัมปทานแม้แต่เล่มเดียว แต่ว่าธุรกิจการค้าขายสลากฯ เป็นธุรกิจครอบครัว ซึ่งเรามีแผงอยู่ทั่วประเทศ วิธีการทำอย่างไร ก็ไปซื้อ พอให้ลูกน้องอยู่ได้ ไม่มีกำไรอะไรเลย ยืนยันว่าขณะนี้ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนอะไรเลย ตั้งแต่มาเป็น ส.ส.ไม่ได้เป็นกรรมการในบริษัทใดเลยแม้แต่บริษัทเดียว ไม่ได้เป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทใดแม้แต่บริษัทเดียว แม้แต่ภรรยาก็เช่นเดียวกัน

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวอีกว่า ตนเคยผ่านประสบการณ์การเป็นรัฐบาลมาหลายยุคหลายสมัย การเลือกตั้งปี 2557 ตนเป็นผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ ของพรรคเพื่อไทย หลายท่านที่เวลานี้เป็นฝ่ายค้าน พยายามจะโจมตีคุณสมบัติของตนว่า ได้หรือเปล่า ตนเคยได้รับการรับรองจากนายทะเบียนของพรรคเพื่อไทย ว่าคุณสมบัติถูกต้อง ครบถ้วนหมด ถึงส่งสมัครเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ ปี 2557 ถ้าปีนั้นไม่มีการปฏิวัติรัฐประหาร ก็เป็น ส.ส.แล้ว

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า จากประสบการณ์ที่อยู่ในแวดวงการเมือง รัฐบาลที่มีเสียงแบบนี้ จะเป็นรัฐบาลที่ค่อนข้างจะบริหารบ้านเมืองอย่างมีความระมัดระวัง ฉะนั้นมีความเชื่อมั่นว่ารัฐบาลนี้จะอยู่ยาว อยู่ครบเทอม เพราะเราจะระมัดระวัง ตรงข้ามกับรัฐบาลที่มีเสียงเยอะ 300 กว่าเสียง แต่ประมาท ก็เห็นอยู่ครับหลายๆ รัฐบาล

“ผมไม่กังวล ถ้าอภิปรายไม่ไว้วางใจผมในเรื่องของการทำงาน เดี๋ยวผมจะพิสูจน์ให้เห็นว่าเด็กบ้านนอกคอกนาอย่างผมนี่ จะทำอะไรเพื่อบ้านเพื่อเมืองได้บ้าง จะทำอะไรให้พี่น้องประชาชนได้เห็นประจักษ์ว่านี่คือลูกชาวนาอย่างผม ผมทำให้พี่น้องประชาชนคนไทยได้อยู่ดีกินดี ส่วนในเรื่องของคุณสมบัติ ผมจะมีประวัติอะไร อย่างไร เราปฏิเสธสังคมไม่ได้ แต่ชีวิตผมผ่าน พ.ร.บ.ล้างมลทิน มากี่ฉบับแล้ว คุณจะบอกว่าผมคุณสมบัติตก คุณจะบอกผมอย่างโน้นอย่างนี้ กฎหมายก็คือกฎหมาย

ส่วนประเด็นจริยธรรม ในเรื่องของออสเตรเลีย ตนไม่เคยขนยาไปขายต่างประเทศ ไม่เคยผลิตยา ไม่เคยมีประวัติในเรื่องคดียาเสพติด ไม่สูบ ไม่ค้า ไม่ขาย ไม่ผลิต อะไรคือจริยธรรม แต่ความซวยในชีวิต เจอสถานการณ์อย่างนั้น เชื่อว่าวันหนึ่ง คนที่ตนนับถือเป็นพี่น้องกัน เขาเห็นผมถูกกระทำ เขาจะต้องออกมาเปิดเผยในส่วนของผม ผมเชื่อว่าอย่างนั้น ว่าข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นที่ประเทศออสเตรเลียมันคืออะไร

ร.อ.ธรรมนัสกล่าวด้วยว่า คนเราเลือกเกิดไม่ได้ ก็เฉกเช่นเดียวกันว่า สิ่งที่มันเกิดขึ้นในชีวิตที่ผ่านมาเกือบ 30 ปี กับสิ่งที่มันกำลังเกิดขึ้นวันนี้และวันหน้า แน่นอนว่าสิ่งที่ผ่านมาเราไม่สามารถหวนไปทำให้มันดีขึ้นได้

“แน่นอนสิ่งที่ผ่านมาผมแก้ไม่ได้ แต่ในอนาคตที่จะถึง หลังจากที่ได้เข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์แล้ว ผมจะพิสูจน์ให้สังคมเห็นว่าคนอย่างผม ผมทำอะไรผมยึดถือหัวอกของคนยากคนจน ผมคิดถึงคุณแผ่นดินที่ให้ผมอยู่มาถึงอายุ 50-60 ปี ผมและครอบครัวผมถือว่าพร้อมทุกอย่าง แต่สิ่งที่ผมยังไม่ได้ทำคือ ทดแทนคุณแผ่นดิน ผมยังไม่ได้ทำ ผมก็ตั้งใจจะทำให้ดีที่สุด”ร.อ.ธรรมนัสกล่าว

คำต่อคำ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ให้สัมภาษณ์ นพรัฐ พรวนสุข ในรายการ News Talk ตัวจริงเสียงจริง

นพรัฐ- สวัสดีครับ พบกับรายการ News Talk ตัวจริงเสียงจริง รายการที่เป็นพื้นที่ของความจริงและแสวงหาความจริงร่วมกัน กับผม นพรัฐ พรวนสุข บรรณาธิการข่าวการเมือง วันนี้เรามาพบกับบุคคลสำคัญคนหนึ่งที่สังคมให้ความสนใจ ติดตาม และมีข้อสงสัยในประวัติความเป็นมาต่างๆ ก่อนที่เขาจะเข้ามารับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในรัฐบาลประยุทธ์ 2/1 นี้

วันนี้เราอยู่กับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ซึ่งจะมาเปิดใจอย่างหมดเปลือกทุกเรื่องในข้อสงสัย กับรายการตัวจริงเสียงจริงวันนี้ สวัสดีครับ

ธรรมนัส- สวัสดีครับพี่นพ

นพรัฐ- ยินดีด้วยนะครับที่ได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯ แล้วก่อนหน้านี้รู้สึกว่าจะเจอแรงต้านอย่างรุนแรงจากการที่ก่อนจะเข้าสู่ตำแหน่ง ความจริงแล้ว ชื่อของ ร.อ.ธรรมนัส มีการลือกันว่าอยู่ในบัญชีของ ครม.ในชุดนี้มาโดยตลอด แต่เป็นการลับลวงพรางสับขาหลอก เพื่อหลีกเลี่ยงแรงต้าน หลีกเลี่ยงการต่อต้านของกลุ่มเดียวกัน จริงหรือเปล่าครับ

ธรรมนัส- ข้อเท็จจริงในประเด็นเรื่องของโผ ครม. ที่ผ่านมา ที่ผ่านมาผมให้ข่าวกับพี่น้องสื่อมวลชนชัดเจนว่า ผมเป็นก็ได้ ไม่เป็นก็ได้ แล้วแต่นายจะเห็นความสำคัญว่าเราเหมาะสมหรือไม่เหมาะสม ซึ่งแรกๆ มีโผว่าผมเป็นว่าที่รัฐมนตรีฯ กระทรวงแรงงาน ตั้งแต่แรก ต่อมาก็มีกระแสหลายๆ เรื่อง ซึ่งผมเป็นคนที่อยู่บนโลกความเป็นจริงมากกว่า ผมไม่ชอบที่จะไปพูดอะไรที่มันเข้าข้างตัวเอง สร้างภาพ ไม่ใช่ ไม่ใช่ผม พอมีกระแสปุ๊บ ผมก็เสนอตัวน้องชายของผม คือ อัครา พรหมเผ่า ซึ่งตอนนั้น ในการคุยกันครั้งที่สอง อัครา(น้องชาย)จะไปนั่งในตำแหน่งว่าที่รัฐมนตรีกระทรวงดีอี หลังจากนั้นก็เกิดปัญหาวิพากษ์วิจารณ์กันเยอะในสื่อมวลชนว่า อัครา มือถึงหรือเปล่า คุณสมบัติพร้อมหรือเปล่า จนทำให้หลายๆ อย่างเรากลับมาคิดว่าเราไม่จำเป็นจะต้องเป็นรัฐมนตรีทั้งพี่ทั้งน้อง อัคราเขาก็อยากกลับไปทำการเมืองท้องถิ่นที่ จ.พะเยา ซึ่งเราก็รับปากกับพี่น้องประชาชนว่าเราต้องการทำ พัฒนา จ.พะเยา ให้เป็นพะเยาโมเดล อย่างที่ผมเคยเรียนพี่น้องสื่อมวลชนไป จนกระทั่งหลังสุดมันก็มีโผว่าผมกลับมาเป็นว่าที่รัฐมนตรีแรงงานอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งตัวผมเองยังไม่รู้เรื่องเลย จนกระทั่งเรียกไปกรอกแบบฟอร์มครั้งสุดท้าย ก็ยังไม่รู้ว่าตัวเองจะนั่งอะไร ดังนั้นอนาคตตัวเองในเรื่องตำแหน่งทางด้านการเมือง ผมไม่เคยรู้ว่าผมจะต้องนั่งอะไรตรงไหน เพียงแต่นายอยากให้มาทำงานการเมืองเท่านั้นเอง

นพรัฐ- แล้วที่มาของทรงใหม่นี่ มาจากการที่เราได้เป็นรัฐมนตรีครั้งนี้ด้วยหรือเปล่า ถึงต้องเปลี่ยนทรงผม

ธรรมนัส- ไม่ครับ ผมมีความรู้สึกว่า ที่ผ่านมาตอนผมรับราชการครั้งแรกในชีวิต นี่คือทรงแรกที่ผมตัด ซึ่งตอนนั้นผมรับราชการเป็นผู้บังคับหมวดของกรมทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ ซึ่งความผูกพันและความตั้งใจจริง ผมว่าหากได้มีโอกาสกลับมารับราชการอีกรอบหนึ่ง ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะของข้าราชการประจำหรือข้าราชการการเมือง ก็ตั้งใจจะตัดผมทรงนี้อยู่แล้ว ผมว่ามีวินัยดี เรียบร้อยดี

นพรัฐ- หลังจากที่ทราบแล้วว่าตัวเองได้รับการเสนอชื่อเป็นรัฐมนตรี ถึงได้ตัดผม

ธรรมนัส- ครับผม

นพรัฐ- แต่ขณะนี้ แม้นว่าเราจะได้เป็นตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยของกระทรวงเกษตรฯ แล้ว ปัญหาที่เกิดจากการวิพากษ์วิจารณ์ของสังคมก่อนหน้านี้ก็ยังดังอยู่ ก็คือปัญหาเรื่องคดีความต่างๆ ของผู้กองมนัส ขออนุญาตเรียกผู้กองก็แล้วกัน อย่างเช่น จะถามว่าปัญหาของคดีในเรื่องของการถูกกล่าวหาว่าค้ายาเสพติด คือนำเฮโรอีนไปส่งที่ประเทศออสเตรเลีย เรื่องนี้ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร

ธรรมนัส- เรื่องนี้ผมถือว่าเป็นตราบาปที่ติดตัวผมมาตลอดชีวิต ตลอดชีวิตที่รับราชการมา ผมพึงสังวรณ์ตลอดเวลาว่า สิ่งที่ผมจะไม่ทำ คือ ผิดต่อแผ่นดิน เรื่องที่เกิดขึ้นที่ประเทศออสเตรเลีย มันเป็นเรื่องโอละพ่อ ผมไม่ได้ขนยาเสพติดไปขายที่ประเทศออสเตรเลีย ผมไม่ได้ผลิตยาเสพติด ผมไม่ได้ที่จะจำหน่ายยาที่ประเทศออสเตรเลีย ฉะนั้น ข้อหาส่งออก นำเข้า จำหน่าย ผลิต ผมไม่ได้ทำ

นพรัฐ- แล้วไปถูกจับได้อย่างไร

ธรรมนัส- วันที่ถูกจับ ผมมีรุ่นพี่ท่านหนึ่ง ซึ่งเป็นอดีตนายตำรวจ ซึ่งเป็นหน่วยปราบปรามยาเสพติดของสถานทูตสหรัฐอเมริกา ซึ่งทำงานอยู่ทางด้านยาเสพติดตลอด พี่ท่านนี้ให้ความอุปการะกับผมตั้งแต่ผมมาเรียนที่กรุงเทพมหานคร รับราชการ ครอบครัวผม ไม่ว่าน้องผม ก็ยังได้รับความอุปการะจากพี่คนนี้ ซึ่งถือว่าเป็นผู้ใหญ่ที่ผมให้ความเคารพรักในเวลานั้น เพราะเรามาจากต่างจังหวัด เราไม่มีญาติพี่น้องอยู่กรุงเทพฯ พี่ท่านนี้ก็ให้การดูแลผมมาโดยตลอด มีอยู่ช่วงหนึ่ง ช่วงเมษายน ปี 2536 ถ้าผมจำไม่ผิด พี่ท่านนี้ก็ไปราชการที่ประเทศออสเตรเลีย ช่วงนั้นผมไม่มีงานทำ ก็ว่างงาน พี่ท่านนั้นก็ชวนผมไปเที่ยวซิดนีย์ ออสเตรเลีย ผมเดินทางวันนั้น จากประเทศไทยจนถึงรัฐซิดนีย์ของประเทศออสเตรเลีย ผมผ่านการตรวจค้นทุกอย่าง ผมไม่มีพกพายาเสพติดใดๆ จากประเทศไทยไปสู่ประเทศออสเตรเลียเลย สิ่งที่ผมพลาดในชีวิต ตลอดเวลาผมก็ไม่เคยเล่าให้ใครฟังเรื่องนี้ พี่ท่านนี้ก็ไปรับผมที่สนามบิน แล้วพาผมไปพักที่ห้องนอนที่พี่ท่านนี้พักอยู่ เหตุการณ์วันนั้นผมไม่รู้เลยว่า มันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นโดยที่ผมไม่รู้มาก่อน จู่ๆ พี่ ซึ่งพอไปถึงประมาณสักสิบนาที เพื่อนพี่ที่เป็นฝรั่ง ก็มาหาพี่ที่ห้อง ทันใดนั้น ประมาณสัก 4-5 นาที ถ้าผมจำไม่ผิด ก็มีตำรวจ มีเจ้าหน้าที่เข้ามารวบพวกเราทั้ง 4-5 คน ทั้งหมดเลย ซึ่งผมก็ขัดขืน เพราะผมไม่รู้ว่ามันเรื่องอะไรกัน

เหตุการณ์วันนั้น พวกผมถูกควบคุมตัวไป แยกกันทุกคนเลย ผมให้การต่อสู้คดีเรื่องนี้ปฏิเสธมาตลอด เพราะผมไม่รู้เรื่องนี้ และวันนั้นในห้องก็ไม่ได้มีของกลางอะไรเลย ตลอดระยะเวลาที่อยู่ซิดนีย์ ผมถูกคุมขังประมาณ 8 เดือน ผมต่อสู้คดีมา โดยผมไม่ได้ถูกตัดสินว่าผมค้ายา ผมนำเข้าเฮโรอีน แต่มันเป็นข้อหา knowing, concern มันเป็นข้อหาว่า รู้ว่ามีการทำอะไรกัน ซึ่งโทษในประเทศออสเตรเลียถือว่าเป็นโทษเบา ถ้าเป็นบ้านเรา ไม่มีข้อหานี้ เป็นข้อหาลหุโทษ

ระหว่างที่ต่อสู้คดีผมก็ใช้ทนายซึ่งทางราชการของประเทศออสเตรเลียเขาให้เรามาใช้ ถ้าจำชื่อไม่ผิด ชื่อมิสเตอร์เจฟฟี เจฟฟีแนะนำว่าการต่อสู้คดีมันจะยาวมาก เพราะคดีนี้มีผู้เกี่ยวข้องหลายคน ในระหว่างที่ถูกคุมขังอยู่ ทางเจ้าหน้าที่ของทางออสเตรเลียก็มาขอผมให้กันเป็นพยาน ผมกับพี่ท่านนั้นด้วย การต่อสู้ ณ เวลานั้น เป็นการต่อสู้ว่าผมเป็นพยานให้เจ้าหน้าที่รัฐว่าผมไม่ได้เกี่ยวข้อง ทุกครั้งที่ไปสืบพยานที่ศาล ผมไม่เกี่ยวข้อง ผมไม่รู้อะไรทั้งนั้น รู้อย่างเดียวว่า ถูกจับในระหว่างที่บุคคลอื่นกระทำความผิด

นพรัฐ- แต่ผมไม่ได้ทำตรงนั้น? ถูกเจ้าหน้าที่ติดตามมาจับกุม

ธรรมนัส- ครับ ถูกต้องครับ หลักฐานตรงนี้ผมเชื่อว่าถ้าศาลออสเตรเลียยังไม่ทำลาย ก็จะมีหลักฐานชัดเจนว่าอะไรคือข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นกับชีวิตผม

นพรัฐ- ก็ 26 ปีที่ผ่านมา

ธรรมนัส- ประมาณ 26 ปี

นพรัฐ- ขอโทษนะครับผู้กอง ตอนนั้นอยู่รับราชการเป็นนายทหารแล้ว?

ธรรมนัส- ผมรับราชการเป็นนายทหารแล้วครับ

นพรัฐ- ยศอะไรครับตอนนั้น

ธรรมนัส- ตอนนั้นร้อยโทครับ ซึ่งระหว่างนั้น ระหว่างการต่อสู้คดี ประเทศออสเตรเลียไม่เหมือนบ้านเรา ก็จะมีการที่เรียกว่า ลองตัดสิน สมมุติว่าข้อกล่าวหาที่เขากล่าวหาเรา ณ เวลานี้ แล้วเราให้การอย่างนี้ ลองให้ศาลตัดสินว่าจะตัดสินกี่ปี ผมก็ไปลองกับพี่ท่านนี้ ปรากฏว่าศาลตัดสิน 3 ปีกว่า หรือ 4 ปี ผมจำไม่ได้แล้ว เราก็มานั่งคิดกัน แต่ยังไม่ได้ยอมรับตรงนั้นนะ ศาลก็ให้โอกาส หากเห็นว่าระยะเวลาที่อยู่มา กับระยะเวลาที่เหลือ ถ้าเรายอมรับเงื่อนไขนี้ ศาลก็จะตัดสินว่าคดีนี้ศาลตัดสินกี่ปี ตามที่ผมสมมุติเมื่อกี้ ปรากฏว่า พอไปลองตัดสินแล้ว ศาลตัดสิน เข้าใจว่าประมาณ 4 ปี แต่ภารกิจที่ผมยังอยู่คือผมจะต้องให้การพยาน เพื่อให้การเป็นพยานต่อศาลในเรื่องที่เกิดขึ้น ผมถูกคุมขังอยู่ 8 เดือน หลังจากนั้นเขาก็เอาพวกผมไปไว้สถานที่แห่งหนึ่งเพื่อดูแลเยาวชนที่กระทำผิดกฎหมาย เราก็อยู่ในฐานะเป็นผู้ปกครองเด็กๆ ที่ทำผิดกฎหมาย ตอนนั้นถือว่าพวกเราเป็นความรู้ทั้งคู่ เราเป็นอดีตนายทหารและนายตำรวจทั้งคู่ เขาให้ไปดูเด็ก ไปดูเด็กได้ประมาณสัก 6 เดือน ผมก็กลับออกมาทำงานข้างนอก ใช้ชีวิตปกติข้างนอก ผมทำงานเป็นผู้จัดการขายกระดาษชำระที่ใหญ่ที่สุดในนิวเซาท์เวลส์ ที่ซิดนีย์ ผมทำงานจนถึงปีที่ ... ถ้าจำไม่ผิด ปี 2539 ณ เวลานั้นนครซิดนีย์เขามีนโยบาย deport ผู้ที่มีประวัติในเรื่องพวกนี้ กลับสู่ภูมิลำเนา รัฐบาลก็ส่งผมพร้อมกับพี่ชายคนนี้กลับมาสู่ประเทศไทย โดยไม่ได้มีเงื่อนไขหรือถูกคุมขังอะไรเลย

ผมเดินทางมาถึงสนามบินดอนเมือง ตั้งแต่สนามบินซิดนีย์แล้ว ผมไม่ได้ถูกคุมขัง ไม่ได้ถูกส่งตัวในฐานะผู้ต้องหาอย่างที่ข่าวเขียนกัน ซึ่งเสียหายต่อผม เกียรติยศของผมมาก ผมสรุปโดยรวม ชีวิต 3 ปีกว่าๆ ในออสเตรเลีย ชีวิตส่วนหนึ่งถูกคุมขัง 8 เดือน อีกส่วนหนึ่งผมใช้ชีวิตปกติอย่างคนทั่วไป พอคดีต่อสู้ปุ๊บ ผมทราบทีหลังว่าคดีนี้ศาลยกฟ้องทั้งหมด มีแต่พวกผมสองคนที่ไปลองตัดสินและรับเงื่อนไข

นพรัฐ- ตอนขากลับ ก็กลับเข้ามาประเทศไทย มารับราชการต่อหรืออย่างไร?

ธรรมนัส- หลังจากที่ผมกลับมาปี 2539 มีการออกพระราชบัญญัติล้างมลทิน ในวโรกาสอะไรสักอย่างผมจำไม่ได้ ผมก็อ้างพระราชบัญญัตินี้กลับเข้ามารับราชการ โดยใช้ยศเดิม คือร้อยโท ตอนนั้นกลับมาเป็น ร้อยโท พชร พรหมเผ่า ประมาณปี 2540

นพรัฐ- ก็เติบโตจนถึงเป็นร้อยเอก

ธรรมนัส- พอปี 2541 วันที่ 1 มิถุนายน 2541 ผมได้รับเลื่อนยศเป็นว่าที่ร้อยเอก (ตามเอกสาร)

นพรัฐ- ก็รับอยู่หลายปี

ธรรมนัส- ก็จนปี 2541 ประมาณเดือนสิงหาคม หรืออะไรสักอย่าง ก็เกิดเหตุการณ์ คดีฆาตกรรม

นพรัฐ- ด็อกเตอร์คนหนึ่ง

ธรรมนัส- ครับ ซึ่งจริงๆ แล้วคดีนี้ตำรวจภูธรภาค 3 สรุปสำนวนมาแล้วว่าผมไม่ได้เกี่ยวข้อง แต่ผู้ใต้บังคับบัญชาของผมไปทำให้เขาเสียชีวิต แต่หลังจากนั้นคดีถูกโอนมาอยู่กองปราบ ผู้ต้องหาที่ให้การรับสารภาพมาโดยตลอดก็ถูกสอบสวนใหม่ด้วยวิธีการของตำรวจ ซึ่งผมไม่อยากพูดถึงคดีนะ คดีมันจบไปแล้ว ก็เอาผมเป็นผู้ต้องหาร่วม สิ่งที่มันติดตัวผมอยู่ตลอดเวลานี้่ สิ่งที่ผมอยากจะพูดมากในวันนี้ มีเจ้าหน้าที่ตำรวจบางท่านบอกว่าผู้ตายมีคราบอสุจิในทวารหนัก ซึ่งก็พยายามจะเบนว่าผมนิยมรักร่วมเพศ ซึ่งจริงๆ แล้วเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ผู้ต้องหาได้รับสารภาพ และศาลตัดสินจำคุก ให้การรับสารภาพหมดว่าไม่ได้เกี่ยวกับผมเลย ผมไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุเลยในคืนเกิดเหตุ ถึงแม้จะเป็นสำนักงาน ซึ่งตามข่าวบอกว่าเป็นบ้านผม ไม่ใช่ เป็นสำนักงาน เป็นบริษัท พอต่อสู้คดีมาตั้งแต่ปี 2541 ผมถูกคุมตัว 3 ปี 1 เดือน ในเรือนจำ ไม่ได้รับการประกันตัว จนปี 2544 ผมได้รับการประกันตัวแล้วออกมาสู้คดีข้างนอก สู้คดีจนปี 2547 ศาลสั่งยกฟ้องจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 3 ถึงจำเลยที่ 5-6 ทั้งหมด มีจำเลยที่รับสารภาพ คือจำเลยที่ 2 ที่ศาลตัดสินจำคุก 9 ปี คือนายเฉลิม (***) ซึ่งคดีก็จบไป อัยการไม่อุทธรณ์ ผมถูกศาลยกฟ้อง ซึ่งคดีก็จบไป

นพรัฐ- จบในชั้นฎีกาเลย?

ธรรมนัส- จบในชั้นต้นเลย เพราะอัยการไม่อุทธรณ์ นี่คือเรื่องของคดีฆ่า ซึ่งผมไม่ได้ไปพัวพันอะไร แต่ว่าการที่ต้องไปอยู่ในคุก 3 ปี 1 เดือน ก็ถือว่าเป็นโชคร้ายของผม พอศาลยกฟ้อง ถามว่าผมจะกลับเข้ามารับราชการอีกไหม ผมบอก ผมไม่อยากเป็นทหารแล้ว อย่างที่ผมเคยให้สัมภาษณ์ไป นี่เป็นเรื่องของคดีครับ

นพรัฐ- นี่เป็นสองเรื่องใหญ่ๆ ในอดีตที่มีการออกมาใส่ความกัน ทำกันอย่างเพลิดเพลิน และก็มีการมองว่าอาจจะขัดต่อรัฐธรรมนูญ หรือขัดต่อจริยธรรมของการเข้าสู่ตำแหน่ง ทีนี้เราก็ตอบได้ว่า จากคำบอกเล่าในเรื่องของคดีของออสเตรเลียก็ตาม ซึ่งเป็นความเข้าใจผิดของเจ้าหน้าที่ออสเตรเลีย และเรื่องของการอุ้มฆ่าด็อกเตอร์คนที่มีปัญหา ดร.พูลสวัสดิ์ ก็เป็นเรื่องที่ศาลยกฟ้อง แต่มีอีกเรื่องหนึ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบันนี้ เมื่อปีกว่าๆ ที่ผ่านมา เรื่องบิทคอยน์ คือผู้กองมนัสก็ไปมีชื่อถือหุ้นบริษัทที่ถูกกล่าวหาว่าฉ้อโกงเงินบิทคอยน์ของคนฟินแลนด์มา ตรงนี้อยากจะให้เล่าให้ฟังหน่อยว่าความเป็นมามันเป็นอย่างไร

ธรรมนัส- ข้อเท็จจริงเป็นอย่างนี้ครับ บริษัท DNA ที่ผมถือหุ้นอยู่ เป็นบริษัทอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ บริษัทผมอีกบริษัทหนึ่ง ไป connect ได้สัมปทานการผลิตน้ำประปาเพื่ออุปโภคบริโภคที่เกาะดานังของประเทศเวียดนาม ผมต้องการบริษัทที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ อยู่แล้ว เพื่อเอาธุรกิจตัวนี้มาแบ็กดอร์เข้าไป ทำให้ราคาหุ้นมันสามารถพุ่งในตลาดหลักทรัพย์ อันนี้ก็ความซวยของผมอีกเหมือนกัน ปรากฏว่าหุ้น DNA มันก็ถูกซื้อโดยคนกลุ่มๆ หนึ่งที่ไปพัวพันกับคดีบิทคอยน์ ผมไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องเลย แต่ผมซื้อหุ้นบริษัท DNA ซึ่งอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ แต่หุ้นนี้ส่วนหนึ่งไปอยู่กับบุคคลคนหนึ่งที่ถูกกล่าวหาว่าไปฉ้อโกงฝรั่งชาวฟินแลนด์มา ซึ่งผมไปซื้อหุ้นจากบุคคลคนนี้มา จริงๆ แล้วบุคคลคนนี้ นายปริญญาเนี่ย ยังไม่ได้ชำระค่าหุ้นใน DNA ที่ซื้อมาจากตลาดหลักทรัพย์เหมือนกัน ผมเพียงแต่ไปซื้อกับนายปริญญา หุ้นนี้่เป็นของคนๆ หนึ่ง แต่ถือในนามนายปริญญา เผอิญนายปริญญาไปเกี่ยวข้องกับหุ้นในบิทคอยน์ ผมก็เลยซวยไปด้วย แต่ในการสอบสวนสืบสวนแล้ว เจ้าหน้าที่ก็บอกชัดเจนว่า เรียกผมเป็นพยาน และคดีไม่ได้เกี่ยวข้องกับผม ก็ชัดเจน

นพรัฐ- จบไปแล้ว

ธรรมนัส- ไม่ได้เกี่ยวกับผมเลยครับ

นพรัฐ- จบในชั้นสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ธรรมนัส- ผมไม่ได้อยู่ในฐานะผู้ต้องหา ผู้ถูกกล่าวหา ผมอยู่ในฐานะพยานที่ไปให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่กองปราบปรามเท่านั้น

นพรัฐ- เส้นทางการเติบโตของผู้กองธรรมนัส เท่าที่ทราบมาก็คือว่า อยู่กับเจ้าพ่อเมืองหลวง ก็คือ เสธ.ไอซ์ พล.อ.ไตรรงค์ อินทรทัต ซึ่งท่านเสียชีวิตไปแล้ว ขณะนั้นทำตัวเป็นผู้มีอิทธิพล และเคลียร์ปัญหาต่างๆ ใช้วิธีการแบบมาเฟียหรือเปล่า

ธรรมนัส- ไม่ครับ คือภาพของพี่ไอซ์ หรือ พล.อ.ไตรรงค์ ถ้าใครได้สัมผัสชีวิตจริงๆ ของท่านก็จะรู้ว่าท่านเป็นคนที่น่ารัก ท่านเป็นคนเรียบร้อย ผมยึดถือแนวทางปฏิบัติเหมือนที่พี่ไอซ์ทำ คือ ใช้วิธีเจรจาเป็นหลัก งานใดก็ตามที่พี่ไอซ์ได้รับขอความช่วยเหลือจากใครก็ตาม ผมจะกลั่นจะกรองก่อน แล้วนำไปพรีเซ็นต์ให้พี่ไอซ์ฟังว่างานนี้ควรจะเป็นอะไร อย่างไร ซึ่งมันเป็นเรื่องความถนัด ความสามารถส่วนตัวของผม พี่ไอซ์เห็นควรให้เรียกมาคุยมาเจรจา ผมก็จะทำทุกครั้ง โดยไม่เคยทำให้คู่กรณีเมื่อเลิกรากันไปแล้วต้องไปฆ่าไปฟันกัน มันเป็นเรื่องของการทำให้คนเข้าใจกันและกลับมารักกันมากกว่า

นพรัฐ- ตรงนี้เป็นจุดยืนและเป็นจุดที่ยึดถือมาโดยตลอด?

ธรรมนัส- ถูกต้องครับ

นพรัฐ- แล้วปัญหากรณีของตลาดสดแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ในประเทศไทย ที่มีผลประโยชน์สูงสุด ก็คือตลาดคลองเตย มีความขัดแย้งกันมาหลายสิบปี แล้วมาลงตัว ตอนนี้กลายเป็นทรัพย์สินอันหนึ่งที่ผู้กองธรรมนัสดูแลอยู่ มันได้มาอย่างไร โดยอิทธิพลหรือเปล่า หรือโดยความรักความเข้าใจ

ธรรมนัส- ไม่ครับ คือในเรื่องของสัมปทานพื้นที่ตลาดคลองเตย ของการท่าเรือแห่งประเทศไทย มันเป็นเรื่องของการท่าเรือฯ ประกาศให้บริษัททั่วๆ ไปยื่นซองประมูลราคา โดยเน้นในเรื่องซองคุณสมบัติ ซองราคา ที่รีเทิร์นค่าตอบแทนให้กับรัฐ ซึ่งมีบริษัทยื่นเข้าไปหลายบริษัท แต่มี 2 บริษัทที่คู่แข่งกัน คือบริษัท ลิเกิ้ล โปรเฟสชั่นแนล ของผม กับอีกบริษัทหนึ่งซึ่งทำตลาดอยู่ที่ราชบุรี ปรากฏว่าบริษัทผมยื่นเสนอราคาที่ตอบแทนแก่รัฐมากกว่าบริษัทนั้น ผมถึงชนะ พอชนะแล้ว สิ่งที่ผมคอยเตือนผู้ลงทุนตลอดเวลาว่า ประเด็นสำคัญเวลาได้สัมปทานรัฐ รัฐไม่เคยรับผิดชอบในการส่งพื้นที่ให้แบบสามารถไปบริหารได้เลย การท่าเรือฯ ก็เช่นเดียวกัน เมื่อเราเซ็นสัญญากับการท่าเรือฯ แล้ว ที่เหลือเป็นหน้าที่ของบริษัทที่ต้องไปขับไล่หรือทำอะไรก็ตามในการบริหารจัดการ ปรากฏว่าวันแรกที่เข้าไปบริหาร มันก็เกิดปัญหาเยอะแยะ ปัญหาสำคัญคือตลาดคลองเตยมีหลายเจ้าของ แต่บริษัท ลิเกิ้ลฯ ของผมประมูลได้ทั้งหมด มันเท่ากับว่าแต่ละตลาด เจ้าของเก่า รัฐเคยได้ค่าตอบแทนในพื้นที่ทั้งหมด 1.5 ล้านต่อปี แต่บริษัทผมเสนอ 60 ล้านต่อปี มันต่างกัน เทียบกันไม่ได้ ซึ่งข้อเท็จจริงผลประโยชน์ตรงนี้มันเยอะ ผมก็ทำการบ้าน ทำแผนการตลาดอย่างดี ต่อปีจะได้กำไรเท่าไร พอเสนอไปอย่างนี้ พวกเจ้าของเดิมเขาเสียผลประโยชน์ เขาก็ต่อต้าน เอาคนต่างด้าวมา จ้างพวกพ่อค้าแม่ค้า ปลุกระดมมาต่อต้านบริษัทเรา ว่าจะเป็นบริษัทที่เป็นตัวแทนของนายทุนมาไล่ที่ อะไรประมาณนี้ มันไม่ใช่เรื่องการบริหารตลาด แต่ท้ายที่สุดเราก็พิสูจน์ให้เขาเห็น เราอยู่กันมาปีนี้เป็นปีที่ 11 แล้ว ปีที่ 10 ผมไม่เคยได้กำไรแม้แต่บาทเดียว เพราะผมรีเทิร์นไปหมด ผมสร้างตลาดใหม่หมด จนพ่อค้าแม่ค้าเห็นว่าเออ ผมทำดี มีทุกอย่างนะตอนนี้ ตลาดผมสะอาด ถูกสุขลักษณะ

นพรัฐ- แต่ก่อนจบมันมีระเบิดหลายครั้งนะ แล้วก็ยิงกันหลายครั้ง

ธรรมนัส- บ่อยมาก

นพรัฐ- เกี่ยวข้องไหม

ธรรมนัส- ไม่ครับ คือส่วนใหญ่แล้ว อย่างกรณีระเบิด ก็เป็นการสร้างสถานการณ์ ซึ่งพ่อค้าแม่ค้าเขาก็เดือดร้อน เราพยายามจะให้เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย ไม่ใช่ว่าจะไปรบราฆ่าฟันกันเหมือนบ้านเถื่อนเมืองเถื่อน แต่เป็นเรื่องปกติว่าสองฝ่าย การ์ดสองฝ่ายมันเข้าประชันหน้ากัน มันเป็นเรื่องธรรมดาที่จะเกิดเหตุบ้าง แต่ท้ายสุดเราก็จบลงได้ด้วยวิธีการสันติ ตอนนี้ก็ทำมาหากินปกติ

นพรัฐ- อีกเรื่องหนึ่งที่ดูจะเป็นเรื่องใหญ่ ผมว่ามันเป็นการผิดในเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนหรือเปล่า ที่เขาตั้งข้อสังเกตมาว่าบริษัทของผู้กองธรรมนัส ที่กำลังจะเป็นรัฐมนตรีช่วยฯ เกษตรฯ ได้มีสัมปทานเรื่องสลากกินแบ่งรัฐบาล เป็นเจ้าใหญ่ด้วย อาจจะเป็นอันดับ 1 ของ 5 เสือกองสลากฯ ทุกวันนี้ จะจัดการอย่างไร

ธรรมนัส- คือ ในอดีตที่ผ่านมา 5 ปีที่แล้ว ใช่ แต่หลังจากที่ท่านผู้บัญชาการทหารบก พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ได้เข้ามาบริหาร เป็นประธานกองสลากฯ 5 เสือกองสลากฯ ถูกสลายตัวหมดแล้วครับ บริษัทที่ ณ เวลานี้ การจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล โดยผ่านแบงก์กรุงไทย ผ่านมูลนิธิ องค์กรกุศล ไม่มี 5 เสือแล้ว ไม่เหลือแล้ว บริษัทผมก็เช่นเดียวกันนะครับ ซึ่งก็ถูกสลายไปหมด ไม่มีสัมปทานแม้แต่เล่มเดียว

https://mgronline.com/politics/detail/9620000066281

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    1
 
markpakma

ให้นับเฉพาะปริญญาที่ใช้ได้ก็ถือว่าผ่านแล้ว

ส่วนที่ปลอมก็ไม่เป็นไร... ไม่คิดว่ามันมีความผิดห่าไรเลยหรือที่มันใช้วุฒิปลอมสมัครมา

ฟังดูคุ้นๆไหม ผู้ใหญ่บ้านกำนันบอกไม่มีใครได้รับเงินสินบน

มีเพียงคนเดียวบอกว่าได้รับก็ใช้เป็นหลักฐานได้แล้ว ไม่ใช่การโหวตเสียงข้างมาก

ว่าแล้วก็ตัดสินให้ผิดข้อหาแจกเงินซื้อเสียงด้วยเสียงข้างมาในที่ประชุม

091609

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    1
 
akausa

เท่าที่เคยอ่านเคยรู้มากฎของมาเฟียมีอยู่ว่า "ถ้าเข้าไปแล้วออกไม่ได้จนกว่าจะถูกฆ่าหรือตายไปเอง "

ในประเทศไทยเองมีตัวอย่างให้เห็นเยอะแยะ

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    1
 
akausa

Wit Mongkolsaen : รวมตัวกันทั่วไทย ประมาณ 40 จังหวัด หน้าศาลากลาง 500 คนช่วงเย็น 17.00-20.00 ทุกวัน ชูป้าย ไล่ประยุท get out ไม่ถึงสัปดาห์บรรลุผล

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    1
 
akausa

 1 person, smiling, text

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    1
 
เล็กโทรนิคส์

ตรงคำพูดที่ว่า

พอปี 2541 วันที่ 1 มิถุนายน 2541 ผมได้รับเลื่อนยศเป็นว่าที่ร้อยเอก (ตามเอกสาร)

นพรัฐ- ก็รับอยู่หลายปี

ธรรมนัส- ก็จนปี 2541 ประมาณเดือนสิงหาคม หรืออะไรสักอย่าง ก็เกิดเหตุการณ์ คดีฆาตกรรม

สงสัยว่าก็รับอยู่หลายปี  ก็มันปี 2541 ต่างกันแค่เดือน ไม่ใช่เป็นปีนะจำใหม่ ขอเอาสมุดประปวัติการรับราชการมาดูหน่อย

แต่ก็ดีเหมือนกันว่า ขนาด รมช.  ยังค่าได้  แล้ว รมต.  หรือ รองนายก   และ นายก  คงอาจจะเป็นผู้ผลิตโดยตรง สามารถสั่งซื้อได้ผ่าน รมช.  ไปพลางก่อน  

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    1
 
akausa

CSI LA was live

พาไปดูข้างในมหาลัย California University ของธรรมนัส

https://www.facebook.com/CSILA90210/videos/711826462578453/

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    1
 
akausa

 3 people, people smiling, text

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    1
 
619

ผมเชื่อได้ว่าตอนนี้ฝ่ายค้านมีสำเนาคัดคำพิพากษามาเก็บไว้แล้วละ แต่ยังไม่ปล่อยออกมา

ต้องการปล่อยออกมาทีละอย่าง อย่าเช่นตอนนี้ให้ไปประเด่นวุฒิการศึกษาไปก่อน  พอจะใกล้

หรือวันอภิปรายถึงจะปล่อยสำนวนคำพิพากษาที่คัดออกมาเก็บไว้  ฟันธงตอนนี้ฝ่ายค้านเก็บไว้แล้วชัวร์

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    1
  • เศร้า
    1
 
619

แนวหน้าหนังสือพิมสลิ่มลงข่าว ม.ของตุ๋ยตอนแรกผมคิดว่าใหญ่โตซะอีกที่แท้สองแถว มีอาจานก็คนว่ะเนี้ย

https://www.naewna.com/index.php

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    1
 
619

 เคส Phd. ง่ายมากๆเลยนะให้กระทรวงศึกษาธิการออกมารับรองผมว่าจบนะ

บอกไปเลยว่ามหาลัยแห่งนี้ศึกษาธิการไทยรับรอง  แต่ผมก็ งง.ทำไมนักข่าวโง่ๆถึงไม่ไปถามจ้าวกระทรวงกันนะ

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    1
  • เศร้า
    1
 
akausa

โป๊ะแตก เพจดังไลฟ์ ม. ที่ธรรมนัส จบ ป.เอกมา ที่แท้เป็นร้านทำฟัน - สถานรับเลี้ยงเด็ก

เพจ CSI LA พาชม ม.แคลิฟอร์เนีย ตามที่อยู่ในวุฒิการศึกษา ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า พบที่แรกเป็นร้านทำฟัน อีกที่ระบุเป็นสถานที่รับเลี้ยงเด็ก

ธรรมนัส พรหมเผ่า

ภาพจาก เฟซบุ๊ก CSI LA
 
            จากกรณีที่ ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ออกมาชี้แจงสื่อถึงเรื่องวุฒิการศึกษาที่ปรากฏว่าไม่ถูกต้อง พร้อมชูใบวุฒิการศึกษา พร้อมผลงานวิจัย ที่เป็นหลักฐานว่าจบปริญญาเอกจาก California University ในประเทศสหรัฐอเมริกาจริง โดยลักษณะการเรียนการสอนคล้ายมหาวิทยาลัยรามคำแหงที่ไม่ต้องเข้าชั้นเรียนนั้น


            อ่านข่าว : ธรรมนัส พรหมเผ่า โชว์วิทยานิพนธ์ ยันจบ ป.เอก ที่อเมริกา แต่เรียนทางไกลคล้าย มสธ.

ธรรมนัส พรหมเผ่า

ภาพจาก เฟซบุ๊ก CSI LA
 

            เกี่ยวกับเรื่องนี้ วันที่ 14 กันยายน 2562 เพจเฟซบุ๊ก CSI LA ได้ทำการไลฟ์ขณะเดินทางไปที่ California University ในย่านฟิลิปปินส์ทาวน์ ลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา โดยพบว่า เป็นตึกหัวมุมถนนขนาด 2 ชั้น ซึ่งประตูทางเข้า California University ที่ชั้น 2 ถูกล็อกไว้
 
ธรรมนัส พรหมเผ่า
 
ภาพจาก เฟซบุ๊ก CSI LA
 

            จากการสอบถามกับพนักงานว่า หากต้องการเทียบวุฒิการศึกษาจะต้องทำอย่างไร โดยพนักงานคนดังกล่าวแจ้งว่าไม่มีใครอยู่ และได้ให้เบอร์ติดต่อบุคคลหนึ่งมา จากนั้นได้แกล้งขอใช้ห้องน้ำ พบว่าบริเวณชั้น 1 คือร้านทำฟัน

            จากนั้นทางเพจได้เดินทางไป California Unversity อีกหนึ่งจุดใกล้ย่านฮอลลีวูด โดยพบว่าเป็นสถานที่รับเลี้ยงเด็ก โดยมีการปิดกั้นแน่นหนา ไม่สามารถเข้าไปสอบถามได้ ด้านนอกมีป้ายติดว่าห้ามบุกรุก หากฝ่าฝืนเข้าไปโดยไม่ได้รับอนุญาต อาจถูกอาวุธปืนยิงได้

 
ธรรมนัส พรหมเผ่า
ธรรมนัส พรหมเผ่า
 
ธรรมนัส พรหมเผ่า
 
ธรรมนัส พรหมเผ่า
 
 
 

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    1
 
619

เคสทำนัดนี้สนุกมาก อยากให้ไอ้ตู่เก็บคนๆนี้เอาไว้นานๆ เพราะมันเป็นผลดีจริงๆ

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    1
 
ชญานุช

เห็นช่องข่าวนิว 1 มีสัมภาษณ์อาจารย์ผู้หญิงคนนึง

ฉอดๆๆ ออกอากาศ รับรองทำมะนัด ว่า

california university fce

เป็นของจริง บลาๆๆๆ ไอ้นู่นก็จริง

ไอ้นี่ก็จริง คนดูเลยสับสนมากค่ะ

-

ชักสงสัยวุฒิของผู้รับรองเสียแล้วสิ งงงง

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    1
 
akausa

สวัสดีเจ้า....มายังไงเนี่ย....

อัพเดทล่าสุด....

CSI LA · อ.สมชัยส่งข้อมูลมาให้ผมครับ เห็นมีสามคนนะครับ ที่มีบทบาท ในสนช อรประภา ชุติกรทวีสิน ธัชพนธ์ ยอดทอง ประภาส ศิริภาพ เปิด ผู้ร่วมเขียนบทความกับ ดร.ธรรมนัส 1. Ornpapha Chutikorntaweesin น่าจะเป็นคนเดียวกับ รศ.ดร. อรปภา ชุติกรทวีสิน หนึ่งในคณะกรรมการวิชาการของตัวแทนผู้มีอำนาจในประเทศไทย ของ Foreign Credential Evaluation , California University FCE. เคยดำรงตำแหน่ง เลขานุการประจำคณะอนุกรรมาธิการคมนาคม ของ สนช. และอนุกรรมการด้านคมนาคมทางบกและทางราง เคยเขียนบทความเรื่อง ความสัมพันธ์ระหว่างรหัสการลงทุนในหุ้นอย่างยั่งยืน ลงในวารสาร สมาคมนักวิจัย ร่วมกับ ธัชพนธ์ ยอดทอง และบุคคลอื่นอีก 3 คน ในปี 2560 โดยลงประวัติในบทความว่า เป็น รองศาสตราจารย์ คณะกรรมการวิชาการ มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา (Assoc. Prof.Dr., Academic Committee , California University , USA.) 2. Tachapon Yodthong น่าจะเป็นคนเดียวกับ รศ.ดร.ธัชพนธ์ ยอดทอง ประธานคณะกรรมการวิชาการของตัวแทนผู้มีอำนาจในประเทศไทย ของ Foreign Credential Evaluation , California University FCE. เคยดำรงตำแหน่ง เลขานุการประจำคณะอนุกรรมาธิการคมนาคม ของ สนช. และ ที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการด้าคใ4มนาคมทางบกและทางราง เคยเขียนบทความเรื่อง ความสัมพันธ์ระหว่างรหัสการลงทุนในหุ้นอย่างยั่งยืน ลงในวารสาร สมาคมนักวิจัย ร่วมกับ อรปภา ชุติกรทวีสิน และบุคคลอื่นอีก 3 คน ในปี 2560 โดยลงประวัติในบทความว่า เป็น รองศาสตราจารย์ คณะกรรมการวิชาการ มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา (Assoc. Prof.Dr., Academic Committee , California University , USA.) 3. Prapas Siripap น่าจะเป็นคนเดียวกับ รศ.ดร. ประภาส ศิริภาพ หนึ่งในคณะกรรมการวิชาการของตัวแทนผู้มีอำนาจในประเทศไทย ของ Foreign Credential Evaluation , California University FCE. จบปริญญาเอกจาก International American University เป็นอดีตผู้เชี่ยวชาญประจำตัว ประธานกรรมาธิการคมนาคม สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ในประวัติระบุว่าจบปริญญาเอกอีกใบ คือ Ph.D. in Public Administration ที่ California University , Los Angeles , California , USA. 4. Athiwit Kamolrat น่าจะเป็นคนเดียวกับ พ.ต.อ. ผศ.ดร. อธิศวิส กมลรัตน์ รองผู้บังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ หนึ่งในคณะกรรมการวิชาการของตัวแทนผู้มีอำนาจในประเทศไทย ของ Foreign Credential Evaluation , California University FCE. จากการตรวจสอบประวัติ ไม่พบว่าจบปริญญาเอกและได้รับตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์จากที่ใด

เดี๋ยวจะมาภาพมา

ลงประกอบ

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    1
 
akausa

 6 people, people smiling

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    1
 
nopin

ข้อสำคัญคือ เขาเป็นคนของใคร ทำผิดก็อภัยโทษ ไล่ออกจากราชการก็สั่งให้สามาถเข้ารับราชการต่อได้

มีข้อหาว่าฆ่าคนตายศาลพิจาณาจนหลุด จะไล่ออกจากรตม. ไอ้คคตู่ยังไม่กล้า ข่าวว่าให้มาคุมรัฐบาล

รู้ไหมว่า เขาเป็นคนของใคร 162613

ถ้าไอ้นี่ฟ้องใครก็ เตรียมกระเป๋ารอได้เลย ไม่พอใจให้ไปอยู่ปะเทศอื่น ประเทศนี้ของ xyz

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    1
 
akausa

Could he be an untouchable man?

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    1
 
619

เป็นเรื่องที่ดีมากๆเลยที่ไอ้ตู่เก็บไอ้นี้ไว้ ห้ามถอดออกอย่างเด็ดขาด

เพราะตัวนี้แม่งเหมือนตัวสเตรทฟลัชเลยนะ  ผมฟันธงเลยนะว่า

ตอนนี้คำพิพากษาอยู่ในมือฝ่ายค้านแล้วละ แต่เก็บไว้ยังไม่เปิด

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    1
  • เศร้า
    1
 
akausa

อยากจะถอดยังไง "ปายุด " ก็คงไม่กล้า...นอกจากจะได้รับคำสั่ง...

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    1
 
akausa
CSI LA
 

ไหนบอกว่าเรื่องส่วนตัวไงครับ

แทนที่จะเอาหลักฐานและความจริงมาสู้กัน ทำไมถึงสั่งให้บรรณาธิการข่าวทุกสำนักขอเลิกยุติแถลงข่าวเรื่องนี้? ถ้านายธรรมนัสแน่จริงพร้อมนัดออกรายการถามตรงๆของคุณจอมขวัญหรือสุทธิชัยLiveกับผมไหม เราอาจจะได้ทำการDebate เป็นภาษาอังกฤษก็ได้ ผมอยากฟังท่านพูดภาษาอังกฤษ

ฝากสื่อไทยทำหน้าที่เสนอข่าวต่อด้วยนะครับ

 text

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    1
 
ชญานุช

หวัดดีจ้าคุณอาข่า

แล้วตกลงว่า พวก รศ ทั้งหลายนี่

เขาจบปริญญาเอกจากหมาลัยนอก

ดังที่กล่าวอ้างจริงๆหรือเปล่าคะ

คาดว่าน่าจะไม่ค่อยโปร่งใสนัก ใช่ไหม

สิริรวมว่า พวกนี้ทำงานกันเป็นกลุ่มเป็นแก๊ง ???

-

เราจบแค่ตรีเลยงงงงค่ะ

โธ่ ประเทศชาติของอิชั้น 

เศร้ามาก

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    1
 
akausa

ที่ถามมาผมก็ตอบไม่ได้เพราะไม่รู้จริงแถมยังไม่มีเพื่อนใกล้ชิดที่เป็นด็อกเตอร์ซักคน

คนมีความรู้ดีเอาไปใช้ไม่ถูกทางก็เสียคนได้เหมือนกัน...

คนไม่มีดีกรีอะไรแต่ขยันทำมาหากินส่งสูกเต้าได้เรียนสูงๆเพื่อที่จะได้ฉลาดทันคนก็มีเยอะ

"คนดี " สมัยนี้ก็ไม่กล้าคบหรือไว้เนื้อเชื่อใจได้...อย่างที่รู้ที่เห็นนั่นแหละ...

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    1
 
Chow

15

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    1
 
akausa

อันนี้เป็นคลิปที่ CSI LA ไปค้นเอามาแฉต่อจากAddress ใหม่ที่ได้มาใน Irvine California เปิดฟังดูก็จะได้รู้อะไรๆดีขึ้น....

CSI LA 

 4199 Campus Drive Irvine

https://www.facebook.com/CSILA90210/videos/369006807341165/

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    1
 
akausa

ตึกที่เห็นในภาพ เขาสร้างไว้ให้คนมาเช่าใช้สำหรับเป็น Office หรือสำนักงานต่างๆ  จะเอาแบบมีอุปกรณ์เครื่องใช้ครบครันหรือจะเอาแบบมีเลขาฯด้วยก็ได้ ตาม List ที่เอามาให้ดูข้างล่าง

No photo description available.

 70056912_2453787398032304_36508822191965...e=5E3958E7]

 70944414_2453787308032313_49736890463677...e=5E0E1FFE]

 70173126_2453787294698981_90196721704810...e=5DF50066]

Virtual Office Features

Local professional business address

Includes 1 complimentary online notary to complete required US Postal Form 1583

Use of address for business cards, licensing, website, etc.

Mail Receipt

Lobby greeter to welcome your walk-in clients

Access to network of over 5000 meeting spaces worldwide (pricing may vary by location)

Business Support Center (additional fee)

Client drop off/pick up point

Private day offices – rates vary by location

Conference rooms – rates vary by location

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    1
 
akausa

ถึงตรงนี้ก็จะขอเล่าประกอบหน่อยว่า Irvine อยู่ใน Orange County เป็นเมืองเล็กๆอยู่ห่างจาก แอลเอไปทางใต้ประมาณ 5-60กม. เป็นเมืองที่ถนนหนทาง สะอาดสะอ้านผู้คนไม่พลุกพล่าน Office Building อย่างที่เห็นในภาพ มีมากมาหลายแห่งเพราะช่วงหนึ่งเมื่อสิบกว่าปีก่อนจะนิยมสร้างกันแบบนั้น

Orange County เป็นถิ่นทำมาหากินของผมสมัยทำงานเป็น Salesman ให้กับบริษัทที่บุกเบิกธุระกิจ อย่างเดียวกับ แม็คโครนั่นแหละ..ผมมีหน้าที่ออกไปหาสมาชิกให้มาจับจ่ายซื้อของที่ห้างในราคาขายส่ง(วันหลังถ้าโอกาสอำนวยจะเขียนมาเล่า) ตึกคล้ายๆอย่างที่ว่าหลายๆแห่งผมจะใช้เป็นที่จอดรถนอนรอเวลารายงาน Check in เข้าบริษัท ก่อนกลับบ้าน

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
 
619

ถ้าประยุทธถอดออกจาก รมต.ถือว่าหมดความสนุกเลยนะ ผมเอาใจช่วยให้ รมช.เกษตร ตอบโต้ทั้งคดีความที่ออสซี และเรื่องวุฒิการศึกษาอย่างเต็มที่เลยนะ ห้ามออกจาก รมต.เด็ดขาด 

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
 
ชญานุช

กะลังดูและฟังคุณเพียงดิน ชำแหละ ยัย รศ ดร ...

กะแก๊งค์ของธรรมนัส ใช่อย่างที่คาดไว้จริงๆค่ะ

หลวมโพลก ไม่มีอะไรมาแสดงให้เห็นได้เลยถึงวุฒิต่างๆ

น่าสังเวชจริงๆ 24

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
 
akausa

คุณเพียงดินเขาอยู่ในสหรัฐเหมือนกัน...เขาน่าจะรู้ดี...เดี๋ยวจะไปหาคลิปเขามาฟัง

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
 
619

คนแบบนี้ไอ้ตู่ควรเก็บรักษาไว้ใคร ครม.ห้ามถอดหรือเอาออกเด็ดขาด

เป็นสิ่งที่ happy มากๆเลย

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
 
markpakma

ขอบคุณคุณ  akausa   ที่เอามาให้ดูกัน... แต่....วิดนุ..ชี้...

091609

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
 
akausa

ไอ้ณุนี่มันก็ข้าหลายเจ้าบ่าวหลายนายเหมือนกัน....

มันคือจอมแถจนได้ฉายาว่าศรีธนญชัยยุคคสช.

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0